• 1. แก้วมังกร

    ผลไม้รูปทรงกลมรี หน้าตาน่ารับประทาน เนื้อเป็นสีขาวหรือแดง ให้รสชาติหวานอมเปรี้ยวแหล่งเพาะปลูกอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ชลบุรี กาญจนบุรี สระบุรี และสมุทรสงคราม ซึ่งได้ผลผลิตมากในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤศจิกายน

    แก้วมังกร 100 กรัม
    ร่างกายจะได้คาร์โบไฮเดรต 12.4 กรัม โปรตีน 1.4 กรัม ฟอสฟอรัส 32 มิลลิกรัม แคลเซียม 9 มิลลิกรัม วิตามินซี 7 มิลลิกรัม พลังงาน 66 กิโลแคลอรี และใยอาหาร 2.6 กรัม

    ประโยชน์ของแก้วมังกร
    1) ช่วยบรรเทาอาการของโรคโลหิตจาง
    2) ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรง
    3) ช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ
    4) ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
    5) ช่วยป้องกันโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

    ข้อควรระวัง
    ควรรับประทานอย่างพอประมาณหรือวันละไม่เกิน 1 ลูก ถ้าจะให้ดีในทุกๆ วันไม่ควรรับประทานผลไม้ชนิดเดิมๆ ซ้ำๆ ติดต่อกันหลายวัน เพื่อให้ได้สารอาหารอย่างหลากหลาย และร่างกายได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ โดยการรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมตามหลักโภชนาการนั้น ควรรับประทานผลไม้ให้ได้วันละ 3-5 ส่วนต่อมื้ออาหารนั่นเอง

    2. มะขามป้อม

    มะขามป้อม จัดว่าเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพและสมุนไพรพื้นบ้าน เพราะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซีสูงมาก อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 3 วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก เป็นต้น

    ชาวอินเดียเรียกสมุนไพรหรือผลไม้ชนิดนี้ว่า Amalaka แปลว่า “พยาบาล” สะท้อนให้เห็นว่าสรรพคุณของมะขามป้อมช่วยดูแลร่างกายของเราได้มากมายเหลือเกิน

    ประโยชน์ของมะขามป้อม
    1) มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
    2) มะขามป้อมมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง
    3) ช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน
    4) ช่วยต่อต้านเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา
    5) มะขามป้อมเป็นตัวช่วยในการลดคอเลสเตอรอล น้ำตาล และไขมันในเลือด

    ข้อดีของวิตามินซีในมะขามป้อม
    วิตามินซีในน้ำคั้นจากผลมะข้ามป้อมนั้นมีมากกว่าน้ำส้มคั้นประมาณ 20 เท่า ซึ่งมะขามป้อมลูกเล็กๆ 1 ลูก จะมีปริมาณวิตามินซีเท่ากับส้ม 1-2 ผลเลยทีเดียว และวิตามินซีในมะขามป้อมสามารถดูดซึมได้เร็วกว่าวิตามินซีชนิดเม็ดเป็นอย่างมาก

    3. มะปราง

    มะปรางเป็นผลไม้ตระกูลเดียวกับมะม่วง รูปทรงไข่ ผลมะปรางดิบมีสีเขียวอ่อนถึงเข้ม ส่วนผลสุกมีสีเหลืองถึงเหลืองอมส้มและลักษณะของเปลือกจะนิ่ม เนื้อด้านในสีเหลืองส้มออกแดง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ด้วย มะปรางมีรสหวานหรือหวานอมเปรี้ยว พืชตระกูลมะปรางสามารถแบ่งออกได้เป็น มะปรางหวาน มะปรางเปรี้ยว มะยงชิด มะยงห่าง และกาวาง

    – มะปรางหวาน
    ผลดิบและผลสุกจะมีรสชาติหวานแหลม ผลมีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ความหวานก็จะแตกต่างกันออกไปตามขนาดผล

    – มะปรางเปรี้ยว
    จะมีรสเปรี้ยวทั้งผลดิบและผลสุก เหมาะสำหรับการนำไปแปรรูปมากกว่าที่จะรับประทานสดๆ เช่น มะปรางดอง มะปรางแช่อิ่ม

    – มะยงชิด
    มีรสหวานอมเปรี้ยว มะยงชิดจะมีรสหวานมากกว่าเปรี้ยว ผลดิบจะมีรสมัน ส่วนผลสุกจะออกหวาน

    – มะยงห่าง
    ลักษณะภายนอกคล้ายกับมะยงชิด โดยมะยงห่างจะมีรสเปรี้ยวมากและมีรสหวานอยู่บ้างเล็กน้อย

    – กาวาง
    ลักษณะภายนอกคล้ายมะยงชิดและมะยงห่าง แต่ที่แตกต่างออกไปคือจะมีรสเปรี้ยวใกล้เคียงกับมะดัน

    ประโยชน์ของมะปราง
    1. มะปรางเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีและเบตาแคโรทีนสูง
    2. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย
    3. ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง เบาหวาน โรคความดันโลหิต เป็นต้น
    4. มะปรางมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส จึงช่วยบำรุงกระดูกและฟัน
    5. ช่วยบำรุงและรักษาสายตาได้เป็นอย่างดี

    4.มะม่วงหิมพานต์

    เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นผลมีเปลือกแข็ง มีเมล็ดเดียวลักษณะคล้ายรูปไต ข้างในผลมีเมล็ดรูปร่างคล้ายไต ผลมะม่วงหิมพานต์ ยาวประมาณ 5-8 เซนติเมตร เนื้อผลฉ่ำน้ำมีกลิ่นหอม ผลอ่อนมีสีเขียวหรือเหลืองอมชมพู

    สรรพคุณของมะม่วงหิมพานต์
    1. ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
    2. ช่วยป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด
    3. เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีแมกนีเซียมสูง โดยแร่ธาตุชนิดนี้จะช่วยบำรุงการทำงานของหัวใจ
    4. เม็ดมะม่วงหิมพานต์อุดมไปด้วยทองแดง จึงช่วยบำรุงเส้นผมและผิวหนังได้เป็นอย่างดี
    5. ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

    คำแนะนำในการรับประทาน
    – เม็ดมะม่วงมะม่วงหิมพานต์มีน้ำมันมากและให้พลังงานสูง ดังนั้นควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ
    – ควรเลือกบริโภคเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ที่สะอาด ปิดมิดชิด ไม่เก็บไว้นาน มีเลขทะเบียน อย. ที่ถูกต้อง หรือผ่านการผลิตด้วยระบบ GMP/HACCP เพื่อหลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็งอะฟลาทอกซิน
    – สำหรับผู้ที่รับประทานแล้วเกิดอาการแพ้ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน

    5. มะพร้าว

    มะพร้าวเป็นพืชยืนต้นที่จัดอยู่ในตระกูลปาล์ม เป็นที่นิยมในไทย เพราะส่วนต่างๆ ของมะพร้าวสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หมด น้ำมะพร้าวนำมารับประทานเพื่อบำรุงสุขภาพและรักษาอาการหรือโรคต่าง ๆ

    สรรพคุณของน้ำมะพร้าว
    1. น้ำมะพร้าวอ่อนมีคุณสมบัติเป็นธาตุเย็น ช่วยล้างพิษ ขับพิษของเสียออกจากร่างกาย
    2. ช่วยป้องกันหรือชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ภาวะความจำเสื่อมในสตรีวัยทอง
    3. ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจและช่วยรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจ
    4. น้ำมะพร้าวมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ
    5. วิตามินอีในน้ำมะพร้าวมีประสิทธภาพสูงกว่าวิตามินอีทั่วไป 40 – 60 เท่า จึงช่วยป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระได้

    ข้อดีของน้ำมะพร้าว
    ไฟโตเอสโตรเจน (phyto-estrogen )ในน้ำมะพร้าว มีโครงสร้างคล้ายคลึงกับฮอร์โมนเอสโตรเจนในคนแต่ฤทธิ์อ่อนกว่า ดังนั้นสามารถรับประทานน้ำมะพร้าวอ่อนได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องกลัวเรื่องเอสโตรเจนเกินและเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมด้วยค่ะ

    ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก ขอบคุณข้อมูลดีจาก หนังสือเคล็ดสำคัญเรื่องอาหารการกินต้านมะเร็ง กาญจนา ลิขิตสถาพร

    * ทาง Welkin Mark ไม่มีนโยบายให้ผู้ป่วยละเลิกจากการรักษาแผนปัจจุบัน เราเป็นทางเลือกที่ช่วยสนับสนุนให้ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษามะเร็งตามการแพทย์แผนปัจจุบันมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เด็กและสตรีมีครรภ์ อาจเป็นอันตรายได้ พิจารณาใช้ได้เฉพาะบางรายเท่านั้น

CA สมุนไพรต้านมะเร็ง สกัดจากสมุนไพรรักษามะเร็ง ต่อต้านมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โทร. 098-349-5399 ทุกวัน (เวลา 8.00-20.00 น. ) หรือฝากข้อความทิ้งไว้ทาง Inbox แล้วเราจะติดต่อกลับไปค่ะ
LINE: @CAherbal

มะเร็งมีทางออก สมุนไพรรักษามะเร็ง สมุนไพรต้านมะเร็ง