มะเร็งศีรษะและลำคอ สมุนไพรรักษามะเร็ง สมุนไพรต้านมะเร็ง

 

มะเร็งของศีรษะและลำคอ หมายถึง

มะเร็งที่เกิดขึ้นในเยื่อบุผิวทางเดินหายใจและทางเดินอาหารส่วนต้น โดยตำแหน่งที่สำคัญในทางเดินอาหารและหายใจส่วนบนที่อาจเกิดเป็นมะเร็ง ได้แก่ ช่องปาก ช่องคอโพรงรอบจมูก กล่องเสียง ต่อมธัยรอยด์ และต่อมน้ำลาย โดยทั่วไปเมื่อกล่าวถึงมะเร็งศีรษะและลำคอ จะหมายถึงเฉพาะมะเร็งในบริเวณช่องปาก ช่องคอ กล่องเสียง และบริเวณโพรงอากาศรอบจมูกเท่านั้น

สาเหตุของโรคมะเร็งของศีรษะและลำคอเป็นปัญหาที่สำคัญทางสาธารณสุขระดับโลก ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยใหม่เกิดขึ้นประมาณ 540,000 รายทั่วโลก และเสียชีวิต 271,000 รายต่อปี

สาเหตุของโรคมะเร็งของศีรษะและลำคอ
สำหรับประเทศไทย พบว่าปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งศีรษะและลำคอมาจากการดื่มเหล้าและการสูบบุหรี่ ส่วนการเคี้ยวหมากร่วมกับใบยาสูบเป็นพฤติกรรมที่พบบ่อยในอดีต และเป็นปัจจัยที่สำคัญในการเกิด มะเร็งช่องปากโดยเฉพาะบริเวณกระพุ้งแก้ม ผู้ป่วยบางรายอาจมีความผิดปกติระดับยีนที่เสริมให้เกิดมะเร็งจากการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ นอกจากนี้ยังมีสาเหตุเสริมอื่นๆ ได้แก่ ภาวะภูมิคุ้มกันความผิดปกติทางพันธุกรรมอาจมีส่วนทำให้เกิดมะเร็งศีรษะและลำคอ

สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

อาการของมะเร็งในระยะแรกจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เป็น เช่น
มะเร็งของกล่องเสียง : อาการเสียงแหบ
มะเร็งช่องปาก : อาการแผลเรื้อรัง ปวดพูดไม่ชัด เลือดออกจากแผล และก้อนยื่นออกมา
มะเร็งบริเวณโคนลิ้น และกล่องเสียง : อาการกลืนเจ็บ กลืนลำบาก เสียงเปลี่ยน หรือหายใจไม่สะดวก
มะเร็งหลังโพรงจมูก : อาการหูอื้อ ฟังไม่ชัด เกิดจากภาวะน้ำคั่งในหู
มะเร็งของช่องจมูกและโพรงอากาศรอบจมูก : อาการแน่น โพรงจมูกหรือปวดศีรษะตื้อๆ
* มะเร็งบางตำแหน่ง เช่น หลังโพรงจมูก หรือ บริเวณใต้กล่องเสียง อาจไม่อาการใด ๆ ทั้งสิ้นในระยะแรก

แต่สำหรับมะเร็งทุกชนิดในระยะลุกลาม มักจะมีอาการ คล้ายกันในทุกตำแหน่งของร่างกาย เช่น

น้ำหนักลดลง
อาการปวดร้าวจากมะเร็งลุกลามไปที่เส้นประสาท
อาการของเส้นประสาทสมองถูกทำลาย เช่น ตามองเห็นภาพซ้อน
อาการหายใจลำบากจากทางเดินหายใจอุดกั้น
แผลที่ทะลุออกทางผิวหนัง และเลือดออกจากช่องปากหรือช่องคอ

รู้ได้อย่างไรว่าโรคมะเร็งมาเยือน
แม้ว่าการวินิจฉัยมะเร็งศีรษะและลำคอส่วนใหญ่สามารถทำได้ไม่ยาก แต่ปัจจุบันปัญหาใหญ่ก็คือผู้ป่วยเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น ที่มาพบแพทย์ในระยะแรก ๆ และประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยกลุ่มนี้ เซลล์มะเร็งจะลุกลามเฉพาะในตำแหน่งที่เป็นเริ่มแรก และที่บริเวณ ต่อมน้ำเหลืองในลำคอ นอกจากนี้ยังพบว่ามักจะมีการกระจายไปที่ปอด ซึ่งพบบ่อยที่สุด
อย่างไรก็ตามการตรวจพบก้อนในปอดเพียงจุดเดียวมักจะมีสาเหตุจากมะเร็งที่ปอดโดยตรงมากกว่ามะเร็งที่แพร่กระจายมา ส่วนกรณีที่พบก้อนหลายๆ ตำแหน่งในอวัยวะต่างๆในร่างกายมักจะเป็นการแพร่กระจายมาจากตำแหน่งอื่นๆ คือ ต่อมน้ำเหลืองใน ช่องอก ตับ สมอง และกระดูก
ส่วนใหญ่ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยในระยะท้ายๆ เนื่องจากปล่อยปละละเลยอาการของตนเอง และความล่าช้าในการวินิจฉัยของแพทย์หรือทันตแพทย์ที่ดูแลเบื้องต้น ดังนั้นในผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงและมาด้วยอาการในบริเวณศีรษะและลำคอ จำเป็นที่แพทย์จะต้องคิดถึงและตรวจหามะเร็งศีรษะและลำคอเสมอ จนกว่าจะแน่ใจว่าไม่เป็น

การรักษาในปัจจุบัน

มะเร็งศีรษะและลำคอมักเกิดในผู้ป่วยสูงอายุและมีโรคร่วมจากการสูบบุหรี่ และดื่มสุรา การดูแลรักษาผู้ป่วยเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกันจากหลาย ๆ ฝ่าย ได้แก่ ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านศีรษะและลำคอ อายุรแพทย์เคมีบำบัด แพทย์รังสีรักษา แพทย์รังสีวินิจฉัย ประสาทศัลยศาสตร์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง วิสัญญีแพทย์และแพทย์ทางด้านระงับปวด ทันตแพทย์ นักกายภาพบำบัด นักโภชนาการ พยาบาลเฉพาะทางด้านมะเร็ง รวมไปถึงนักสังคมสงเคราะห์
การให้การวินิจฉัยและประเมินผู้ป่วยก่อนการรักษาถือเป็นหัวใจหลัก ของการดูแลรักษาทั้งหมด ความก้าวหน้าในการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอในระยะเวลาที่ผ่านมา 15 ปี ส่วนใหญ่มุ่งไปที่การลดสภาวะพิกลพิการและเพิ่มคุณภาพชีวิต ในขณะที่อัตราการอยู่รอดยังไม่เพิ่มขึ้น (อัตราการอยู่รอดที่ระยะเวลาห้าปี ของมะเร็งระยะต้นอยู่ที่ 50-60 % และต่ำกว่า 30 % ในมะเร็งระยะลุกลาม) ดังนั้น การนำเอาวิทยาการใหม่ๆ ทางด้านอณูชีววิทยาและอณูพันธุศาสตร์มาใช้อาจมีส่วนช่วยในการทำนายพยากรณ์โรคและในการพัฒนาวิธีการรักษาผู้ป่วยให้ดีขึ้นได้

แต่สิ่งสำคัญที่สุด ก็คือ หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการที่น่าสงสัยหรือเป็นผู้มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคชนิดนี้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย เพราะหากยังอยู่ในระยะเริ่มแรกโอกาสที่จะรักษาให้หายขาดก็มีมากขึ้น ในทางกลับกันหากอยู่ในระยะลุกลาม การรักษาอาจไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร นอกจากนี้ผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอมีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะเกิดมะเร็งที่ตำแหน่งอื่นๆ ในระบบทางเดินอาหารและหายใจ ซึ่งเป็นผลมาจากการดื่มสุราและสูบบุหรี่ที่กระตุ้นให้เกิดมะเร็ง มีผลต่อเยื่อบุทั้งหมดที่สัมผัสกับสารเหล่านี้ แม้ว่าจะหยุดปัจจัยเสี่ยงไปแล้ว ดังนั้นผู้ป่วยทุกรายควรได้รับการตรวจวินิจฉัยติดตามอาการไปเป็นระยะๆ ภายหลังการรักษาครั้งแรกครับ

 

ขอขอบคุณบทความจาก http://www.si.mahidol.ac.th/

มะเร็งมีทางออก สมุนไพรรักษามะเร็ง สมุนไพรต้านมะเร็ง