• โภชนบำบัดสำหรับมะเร็งตับอ่อน

    ตับอ่อน เป็นอวัยวะที่ง่ายต่อการอักเสบทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง เนื่องจากการผลิตสารอินซูลินไม่เพียงพอ ทำให้เกิดโรคเบาหวาน และอาจพัฒนาไปเป็นเนื้องอกหรือมะเร็ง ความผิดปกติของตับอ่อนเกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ การถ่ายทอดทางพันธุกรรม การใช้ยา การดื่มแอลกอฮอล์ รวมไปถึงโรคอ้วน ความผิดปกติของตับอ่อนดังกล่าว อาจจะรุนแรงและมีภาวะแทรกซ้อนถึงแก่ชีวิตได้

    ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติที่ตับอ่อน อาจมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปวดท้องเล็กน้อยจนถึงขั้นปวดอย่างรุนแรง มีความผิดปกติของลำไส้ ทั้งนี้ อาการขึ้นอยู่กับความผิดปกติที่ตับอ่อนนั้นเป็นอย่างไร การรักษาโรคในตับอ่อนอาจมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขตามอาการ หรือขจัดปัจจัยแทรกซ้อนที่ทำให้เกิดอาการ เช่น งดแอลกอฮอล์ งดยาที่เป็นสาเหตุ หรือการผ่าตัดเอาเนื้อเยื่อที่ผิดปกติ รวมถึงใช้โภชนบำบัด

    ผักผลไม้และธัญพืช

    อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ จำพวกผักผลไม้และธัญพืช ทั้งนี้สมาคมโภชนาการแห่งสหรัฐอเมริกาได้แนะว่า ควรบริโภคผักสดและผลไม้วันละ 2-3 ถ้วย และธัญพืชประมาณ 1 ออนซ์ (ประมาณ 28 กรัม ต่อวัน) อาจจะเพิ่มผักผลไม้จำพวก บลูเบอร์รี มะเขือเทศ ผักปวยเล้ง ฟักทอง และผลไม้ตระกูลส้ม ในมื้ออาหารหรือเป็นของว่างระหว่างวัน และควรเลือกบริโภคข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท และรำข้าว ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง

    เนื้อสัตว์ นม และไขมัน

    อาหารที่มีปริมาณไขมันอิ่มตัวสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ตับอ่อน จึงควรจำกัดการบริโภคไขมันอิ่มตัวให้น้อยกว่าร้อยละ 10 ของปริมาณแคลลอรีที่บริโภคต่อวัน หรือตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญควรทดแทนอาหารประเภทเนื้อสัตว์ติดมัน อาหารทอดโดยเฉพาะหนังไก่ทอด ด้วยเนื้อปลาอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง และนมไขมันต่ำ

    หลีกเลี่ยงการประกอบอาหารด้วยเนย หรือน้ำมันหมู ควรใช้น้ำมันมะกอกแทน ที่สำคัญควรอ่านฉลากผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อดูปริมาณไขมันอิ่มตัว และควรเลือกอาหารที่มีโซเดียมต่ำ และน้ำตาลน้อย

    การเสริมโภชนาการในผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อน

    ตับอ่อนมีส่วนเกี่ยวข้องในการย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร การเป็นมะเร็งที่ตับอ่อนย่อมส่งผลกระทบโดยตรงอย่างรุนแรงต่อภาวะโภชนาการของผู้ป่วย ร่างกายของผู้ป่วยต้องการปริมาณแคลอรี่และโปรตีนจำนวนมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงที่ร่างกายย่ำแย่ เพื่อนำสารอาหารไปซ่อมแซมเนื้อเยื่อและเสริมภูมิคุ้มกัน ทางที่ดีที่สุดคือ รีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและนักโภชนาการเพื่อวางแผนส่งเสริมโภชนาการในผู้ป่วย และควรปฏิบัติดังนี้

    เตรียมอาหารมื้อย่อย ทุก ๆ 1-2 ชั่วโมง แทนที่จะเป็น 3 มื้อหลัก เนื่องจากผู้ป่วยอาจมีอาการปวด คลื่นไส้ หรือปัญหาการย่อย ทำให้ยากที่จะเคี้ยวหรือกลืนอาหารในปริมาณมากต่อมื้อ ควรมีอาหารว่าง อาทิ นมปั่น เครื่องดื่มเสริมอาหาร ขนมปังแครกเกอร์กับชีส หรือพวกขนมมัฟฟิน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับพลังงานและสารอาหารครบถ้วน

    ให้เอนไซม์เพื่อช่วยในการย่อยของผู้ป่วย โดยควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแลการให้เอนไซม์อย่างใกล้ชิด เอนไซม์จะช่วยบรรเทาอาการปวดหลังการรับประทานอาหาร

    ให้ผู้ป่วยรับอาหารอ่อน ๆ หากเกิดอาการคลื่นไส้ ควรให้ผู้ป่วยจิบของเหลวตลอดวันเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะขาดน้ำ ห้ามผู้ป่วยนอนทันทีหลังรับประทานอาหาร ควรเว้นช่วงประมาณ 1 ชั่วโมง

    ควบคุมปริมาณอินซูลินและการตรวจสอบน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ หากตับอ่อนไม่สามารถผลิตสารอินซูลินได้เพียงพอ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

    เพิ่มโปรตีนและแคลอรี่ในอาหารที่ผู้ป่วยรับประทาน เพื่อช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำหนัก อาทิ เพิ่มชีส ถั่ว ผลไม้แห้ง หรืออาหารเช้าจำพวกซีเรียล ที่ประกอบด้วยน้ำนมใส่ผลไม้แห้ง ผลไม้เปลือกแข็ง หรือข้าวอบ

    ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก http://bit.ly/1o7pgnr

CA สมุนไพรต้านมะเร็ง สกัดจากสมุนไพรรักษามะเร็ง ต่อต้านมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โทร. 098-349-5399 ทุกวัน (เวลา 8.00-20.00 น. ) หรือฝากข้อความทิ้งไว้ทาง Inbox แล้วเราจะติดต่อกลับไปค่ะ
LINE: @CAherbal

มะเร็งมีทางออก สมุนไพรรักษามะเร็ง สมุนไพรต้านมะเร็ง